ทส. ผลักดันยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR SKY Strategy) และขับเคลื่อนความร่วมมือเศรษฐกิจอาเซียน

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ประเทศไทย โดย ทส. ผลักดันยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR SKY Strategy) และขับเคลื่อนความร่วมมือเศรษฐกิจอาเซียน ในการประชุมข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ครั้งที่ 18 ซึ่งมีแนวคิดที่จะดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างยังยืน ด้วยการสร้างมูลค่าให้กับเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และดึงกลุ่มนักธุรกิจเข้าร่วมด้วยการสร้างแรงจูงใจให้หยุดการเผาในที่โล่ง ซึ่งประเทศไทยเสนอแนวคิดบนหลักของ BCG เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นผู้ริเริ่มในการจัดทำโครงการ CACA ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีใต้ ภายใต้กรอบความร่วมมืออาเซียนเกาหลีใต้ โดยจะขยายเครือข่ายการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ สร้างระบบฐานข้อมูล สร้างระบบการรายงานข้อมูล รวมทั้งการพยากรณ์อากาศเพื่อใช้ในการวางแผนการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ประเทศสมาชิก ได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นสำคัญต่างๆ ดังนี้ 

1) รับทราบการประชุมหารือระหว่างผู้นำ 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว เมียร์นมา ซึ่งได้เห็นชอบต่อยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR SKY Strategy) ตามที่ประเทศไทยเสนอ โดยจะร่วมกันผลักดันการทำงานเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควันจากการเผาในที่โล่งอย่างยั่งยืน และให้ความสำคัญต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางจัดการเกษตรในพื้นที่สูง ร่วมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกัน 

2) เห็นชอบกับเอกสารต่อไปนี้โรดแมปอาเซียนปลอดหมอกควันฉบับที่ 2 ปี 2566 – 2573 ยุทธศาสตร์การจัดการพื้นที่ป่าพรุอาเซียนฉบับที่ 2 ปี 2566 - 2573  กรอบการพัฒนาการลงทุนในอาเซียนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาหมอกควันข้ามแดนในภูมิภาคอาเซียน ที่จะดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างยั่งยืน

3) รับทราบการคาดการณ์สภาพอากาศและสภาพอุตุนิยมวิทยา โดยศูนย์เชี่ยวชาญอุตุนิยมวิทยาแห่งอาเซียน ซึ่งรายงานว่าภูมิภาคอาเซียนอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเอลนีโญ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความแห้งแล้งมากกว่าปีที่แล้ว ประเทศสมาชิกอาเซียนจึงต้องเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

4)เอกสารการจัดตั้งศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อควบคุมมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนซึ่งอยู่ในข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน โดยสาธารณรัฐอินโดนีเซียคาดว่าจะสามารถดำเนินงานได้อย่างเป็นทางการภายในปีนี้

สุดท้าย ทุกประเทศยืนยันที่จะร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน รวมถึงผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียนต่อไป และในปี 2567 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประเทศภาคีต่อข้อตกลงอาเซียนเรื่องมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน ครั้งที่ 19 (COP-19)" นายปิ่นสักก์ กล่าว

Visitors: 1,135,570