เครนลอนเชอร์ถล่มพระราม2 ซ้ำซาก เกินเยียวยา

 
เหตุการณ์ฐานรองเครนลอนเชอร์ถล่มทับรถไฟในโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่สีคิ้ว ยังไม่ทันจางหาย ล่าสุดเกิดเหตุการณ์เครนลอนเชอร์ถล่มในการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 ช่วงก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (15 ม.ค.69) ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เผยว่า สาเหตุที่เครนลอนเชอร์พระราม 2 ถล่ม ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีข้อสันนิษฐานถึงสาเหตุดังนี้
1. เครนลอนเชอร์ (Launching crane) ถล่มแบบหักตรงกลาง เป็นรูปคล้ายตัววี (V-shaped) แสดงให้เห็นว่า โครงเหล็กลอนเชอร์ไม่สามารถรับน้ำหนักได้
2. ขณะที่เกิดการพังถล่ม มีชิ้นส่วนเซ็กเมนต์คอนกรีตห้อยแขวนอยู่หลายชิ้น และร่วงลงมาทับรถยนต์สองคัน แสดงว่าการถล่มเกิดขึ้นอยู่ในระหว่างการติดตั้งชิ้นส่วน และน้ำหนักของชิ้นส่วนคอนกรีตที่ห้อยแขวนอยู่ทำให้เครนหักตรงกลาง
3. การหักตรงกลางของเครน อาจเกิดขึ้นที่ชิ้นส่วนของเครนเอง หรือเกิดขึ้นที่จุดต่อระหว่างชิ้นส่วนที่นำมาต่อกัน ปกติแล้วเครนลอนเชอร์ที่มีความยาว จะมีรอยต่อระหว่างส่วนต่างๆของเครนที่ยึดกันด้วยหมุดยึด (Pin หรือ Bolt) จึงต้องไปตรวจสอบในพื้นที่ว่า จุดที่เครนหักตรงกลางตรงกับจุดต่อหรือไม่ และมีความบกพร่องในเรื่องการประกอบติดตั้งเครนหรือไม่
ศ.ดร.อมร พิมานมาศ เผยต่อว่า มีความแตกต่างกันระหว่างการถล่มของเครนลอนเชอร์พระราม 2 กับกรณีสีคิ้ว เนื่องจากกรณีพระราม 2 ที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นการหักที่ตัวเครนเอง ในขณะที่มีชิ้นส่วนเซ็กเมนต์ห้อยแขวนอยู่ แต่ในกรณีของเครนสีคิ้วนั้น เป็นการพังถล่มของชิ้นส่วนที่เป็นฐานรองรับเครน โดยที่ตัวเครนไม่ได้หักลงมา และการเป็นถล่มในระหว่างที่กำลังเคลื่อนย้ายเครนลอนเชอร์ไปยังช่วงถัดไป
ทั้งสองกรณีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาด้านมาตรฐานด้านความปลอดภัยของการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ รัฐบาลจึงควรหยุดโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ใกล้พื้นที่สาธารณะไว้ก่อน และกลับมาทบทวนมาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมด รวมตั้งคณะกรรมการที่เป็นอิสระในการสอบสวนสาเหตุ และบังคับใช้กฎหมายลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวดต่อไป รวมทั้งในอนาคตข้างหน้าจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อรองรับการก่อสร้างขนาดใหญ่ในพื้นที่สาธารณะ   
Visitors: 3,211,889