กัลฟ์ เอ็มทีพีฯ ร่วมกับ เทศบาลเมืองเนินพระ วช.ประมงเรือเล็กหาดสุชาดา จ.ระยอง สานต่อความสำเร็จ ฟื้นฟูป่าชายเลนด้วยจุลินทรีย์ ปี 5

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569  ณ  บริษัท กัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GULF MTP) โครงการสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติ ระยะที่ 1 ในพื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3  จ.ระยอง นำโดย นายวุฒิภัทรแก้วโก ผู้อำนวยการโครงการฯ พร้อมด้วย นายศุภฤกษ์ วรพันธ์กิจ ผู้จัดการโครงการฯ และ ดร.กฤษณ์ พงษ์เทพิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ กลุ่มบริษัทกัลฟ์ วิทยากรส่งเสริมโครงการฟื้นฟูป่าชายเลนด้วยจุลินทรีย์ ฯ จัดโครงการความร่วมมือ กับ เทศบาลเมืองเนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นำโดย นายศุภชัย จิตรดล นายกเทศมนตรี  และ วิสาหกิจกลุ่มประมงเรือเล็กหาดสุชาดา นำโดย นายลำเพย แว่วเสียง ประธานวิสาหกิจฯ ร่วมกันจัดกิจกรรมต่อเนื่องภายใต้โครงการฟื้นฟูป่าชายเลนด้วยจุลินทรีย์ ปีที่ 5 ในกิจกรรม “ ปั้น-ปรับ-ปลูก เพื่อป่าชายเลนยั่งยืน ปีที่ 5   ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายศุภชัย จิตรดล นายกเทศมนตรี เทศบาลเมืองเนินพระฯ เป็นประธานเปิดงาน  โดย นายศุภชัย จิตรดล ได้กล่าวว่า เทศบาลเมืองเนินพระ ฯ ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันพัฒนาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ฯซึ่งเทศบาลฯมีนโยบายและดำเนินงานในการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าชายเลนมาอย่างต่อเนื่องเป็นโอกาสดีที่เกิดโครงการความร่วมมือจากภาคเอกชนและชุมชน จะสร้างพลังขับเคลื่อนให้พื้นที่ของเรามีศักยภาพที่มากขึ้นในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่ดีสำหรับประชาชน และ โครงการฯในวันนี้เป็นโครงการที่ดีมากและจะร่วมกันพัฒนาต่อยอดให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นและขยายแนวคิดเพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์จากทรัพยากรนี้ให้เกิดประโยชน์ด้านอาชีพรายได้ชุมชนควบคู่กันต่อไปด้วย  นอกจากนี้ยังมีผู้เข้าร่วมเป็นพนักงานจาก กนอ. โดยสำนักงานท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด (สทร.) และบริษัทเอกชน เช่น  บริษัทฯ POSCO E&C  บริษัท CAZ  บริษัท GPSC บริษัท SCGC  รวมถึงสมาชิกวิสาหกิจชุมชน เข้าร่วมจำนวนมาก  กิจกรรมสำคัญในวันนี้เป็นการติดตามผลการดำเนินงาน ปีที่ 5 และ กิจกรรมต่อเนื่องในการนำปุ๋ยน้ำชีวภาพและจุลินทรีย์ก้อนที่ชุมชนผลิตมาใช้ ฉีดพ่นและโยนจุลินทรีย์ก้อนในแปลงปลูกป่าชายเลนฯ ร่วมกัน เพื่อช่วยปรับสภาพดิน น้ำ สร้างเสริมธาตุอาหารในการเจริญเติบโตของต้นกล้าในการปลูกป่าชายเลนซึ่งที่ผ่านมา 4 ปี (ปี 2564-2568) เติบโตเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของทุกคน

   

                 ดร.กฤษณ์ พงษ์เทพิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ฯ วิทยากรจาก กลุ่มบริษัท กัลฟ์ ฯ ได้รายงานสรุปผลการดำเนินโครงการที่ผ่านมาว่า4 ปี (ปี 2564-2568)  พบความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ดังนี้  1) ด้านพฤกษศาสตร์  ต้นกล้าไม้โกงกางกว่า 2,000 ต้น ที่ปลูกใหม่  มีอัตราการรอดชีวิตสูงถึง 80-85% โดยมีการเจริญเติบโตอย่างมาก ซึ่งเมื่อเทียบแรกเริ่มนำกล้าไม้โกงกางมาปลูกในปี 2564 ในพื้นที่เสื่อมโทรมที่ไม่มีต้นไม้เลย รวม 2,000 ต้น เริ่มต้นกล้าไม้ที่ปลูกสูงเพียง  30-40 ซม. เท่านั้น ในระยะ 4 ปี มีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง ณ ปัจจุบันเติบโตสูงขึ้น กว่า 4-7 เมตร และ ลำต้นสมบูรณ์มีการขยายแทงรากค้ำยันแข็งแรงเพิ่มขึ้น ลำต้นอวบแข็งแรงใบใหญ่ทรงพุ่มขยายเขียวชอุ่มสมบูรณ์  และบางส่วนออกดอกและผลฝักแก่หล่นลงสู่พื้นดินแล้วแสดงถึงความสามารถในการขยายพันธุ์ตามธรรมชาติได้เองแล้วด้วย ซึ่งคณะผู้เข้าร่วมติดตามและสื่อมวลชนต่างให้ความเห็นว่าเจริญเติบโตเร็วและสมบูรณ์มากเป็นที่ประจักษ์  

                 นายวุฒิภัทร แก้วโก ผู้อำนวยการโครงการฯ GULF MTP กล่าวว่า ทางบริษัทฯมีนโยบายด้าน CSR ที่ให้ความสำคัญยิ่งต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน ต้องขอบคุณทางเทศบาลเมืองเนินพระฯ วิสาหกิจกลุ่มประมงฯหาดสุชาดา และทุกหน่วยงานที่ร่วมมือกันมาโดยตลอดทำให้เราสามารถฟื้นฟูป่าชายเลนให้เติบโตเสริมป่าของชุมชนเพิ่มขี้นได้สำเร็จในวันนี้ และบริษัทฯจะส่งเสริมสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและขยายผลต่อไปเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีของชุมชน 

                 นายศุภฤกษ์ วรพันธ์กิจ ผู้จัดการโครงการฯ GULF MTP กล่าวว่า ในฐานะฝ่ายปฏิบัติการในพื้นที่โครงการฯและฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ ที่รับผิดชอบในการส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนจะดำเนินงานต่อเนื่องโดยประสานกับวิสาหกิจชุมชนในการติดตามประเมินผลและขยายผลกิจกรรมต่างๆเพิ่มเติมร่วมกับชุมชนและเทศบาลเมืองเนินพระฯ ต่อเนื่องให้ป่าชุมชนแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์อยู่คู่กับชุมชนและชาวประมงฯต่อไป นอกจากนั้นยังมีแนวคิดในการนำองค์ความรู้”จุลินทรีย์ชีวภาพ” ขยายกิจกรรมสู่พื้นที่อื่นๆให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจรายได้ชุมชนต่อไป   

                  นอกจากนั้น ในปีที่ 5 นี้ ( ปี 2569) GULF MTP  โดย คณะวิทยากรผู้ส่งเสริมโครงการฯ ได้ประสานความความร่วมมือกับคณะสื่อมวลชน(สายสิ่งแวดล้อม )ได้แก่ ชมรมช่างภาพสื่อมวลชน จ.ระยอง นำโดย นายเดชา สุวรรณสาร และชมรมสื่อจิตอาสาเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน จะร่วมขับเคลื่อนการขยายองค์ความรู้ด้าน “จุลินทรีย์ชีวภาพ” ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ สู่ชุมชนกระจายการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมใหใร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนมากยิ่งขึ้นไปพร้อมๆกัน โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ในเบื้องต้น เช่น โรงเรียน วัด และกลุ่มกิจกรรมต่างๆ ภาคประชาสังคมประชาสังคม ภาคเอกชน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในชุมชนและระดับครัวเรือน เช่น การบำบัดน้ำเสียห้องน้ำห้องส้วมในครัวเรือน โรงเรียน การลดและกำจัดขยะเศษอาหาร การเกษตร โครงการอาหารกลางวันผักปลอดสาร เป็นต้น ภายใต้การขับเคลื่อน” ยุทธศาสตร์เมืองจุลินทรีย์” เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนร่วมกันต่อไปด้วย

Visitors: 3,296,017