อธิบดีกรมอุทยานฯ โต้ปมอยู่เบื้องหลังลักลอบทำถนนและตัดไม้ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์นั้นไม่เป็นความจริง จากกรณีการลักลอบตัดถนนในพื้นที่ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งขณะนี้หน่วยงาน

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจง ยืนยันว่าข่าวที่นำเสนอในลักษณะพาดพิงว่าอยู่เบื้องหลังการกระทำความผิดนั้นไม่เป็นความจริง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบทำถนนดังกล่าว พร้อมระบุว่าข้อมูลบางส่วนที่เผยแพร่ สร้างความเสียหายต่อหน่วยงาน จึงจำเป็นต้องชี้แจงเพื่อรักษาความถูกต้องและศักดิ์ศรีขององค์กร ยืนยันหน่วยงานได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ล่าช้า โดยมีคำสั่งย้ายและตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2568 และได้แจ้งความดำเนินคดีอาญาเมื่อวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมา ขณะนี้ 1 ในผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการหลบหนี เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับถนนที่ถูกตัด พบว่าอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ระยะทาง 6.6 กม. และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวินอีก 1.278 กม. รวมความเสียหายประมาณ 12 ไร่ มีต้นไม้ถูกตัดโค่น 329 ต้น ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์วัตถุประสงค์ของการก่อสร้าง และจะหารือร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง เนื่องจากพื้นที่อยู่ห่างแนวชายแดนประมาณ 5 กม. ส่วนถนนที่ตัด ยอมรับว่ายังวิเคราะห์ไม่ได้ว่าตัดถนนเพื่ออะไร ซึ่งจะหารือกับฝ่ายความมั่นคงอย่างละเอียดอีกครั้ง 

และในวันที่ 23 ก.พ. นี้ เตรียมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบถนนเส้นดังกล่าวด้วยตนเอง เพื่อประเมินความเสียหายและเร่งรัดการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อวางแผนรื้อถอนและฟื้นฟูสภาพป่าโดยเร็ว รวมทั้งสั่งการให้สำรวจพื้นที่แนวชายแดนฝั่งตะวันตกระยะทางกว่า 2,000 กม. โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยทหารในการลาดตระเวนป้องกันการบุกรุก โดยนายสุชาติ ได้เน้นย้ำให้ดำเนินการเรื่องนี้จนถึงที่สุด และหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตามภายหลังได้รับรายงานการลักลอบทำถนนเมื่อเดือนกันยายน 2568 ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที และพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จึงแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรวม 3 ราย หนึ่งในนั้นคืออดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ซึ่งขณะนี้ผลสอบเสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างรอรายงานอย่างเป็นทางการ และอาจมีข้าราชการรายอื่นเกี่ยวข้องเพิ่มเติม

ทั้งนี้ยอมรับว่าการดำเนินการค่อนข้างล่าช้า เนื่องจากข้อจำกัดของพนักงานสอบสวนในพื้นที่ห่างไกล แต่ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้เร่งสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง แม้ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุแรงจูงใจในการตัดถนนได้ เนื่องจากถนนเส้นดังกล่าวอยู่ห่างชายแดนประมาณ 5 กิโลเมตร และไม่ได้เป็นเส้นทางที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์

อธิบดีกรมอุทยานฯ ยังเปิดเผยว่า มีพยานหลักฐานทั้งภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ ขณะอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวาลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้าน ในลักษณะให้ชาวบ้านนำเครื่องจักรและน้ำมันเชื้อเพลิงไปดำเนินการขุดถนนก่อน แล้วจะจ่ายเงินภายหลังเมื่อได้รับงบประมาณโครงการ ทั้งที่ตรวจสอบแล้วไม่พบแผนงบประมาณดังกล่าว ส่งผลให้ชาวบ้านบางรายได้รับความเสียหายหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างติดตามตัวอดีตหัวหน้าฯ มาสอบปากคำ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้

สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหา กรมอุทยานฯ ได้สั่งปิดหัว–ท้ายถนนทั้งหมดแล้ว และเตรียมเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสภาพป่าเดิม โดยพบว่าพื้นที่ที่ถูกตัดถนนอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน ระยะทาง 1.27 กิโลเมตร และในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา ระยะทาง 6.6 กิโลเมตร รวมความยาวเกือบ 8 กิโลเมตร

Visitors: 3,238,765