บี.กริม เพาเวอร์ โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 แข็งแกร่ง ปริมาณขายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนพุ่ง กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมโตแรง

ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง ด้วยปริมาณการขายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อนหน้าคิดเป็น3,763 กิกะวัตต์-ชั่วโมง จากปริมาณไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากพลังงานหมุนเวียนอาทิโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยและประเทศฟิลิปปินส์และโรงไฟฟ้าพลังน้ำในสปป.ลาว อย่างไรก็ตามรายได้รวมลดลงจากปีก่อนหน้า7.1% มาอยู่ที่12,726 ล้านบาทจากราคาขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)และราคาขายไอน้ำที่ลดลงซึ่งสอดคล้องกับราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลงรวมถึงปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่ลดลงของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำMalacha ในสหรัฐอเมริกา กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ซึ่งได้รับการชดเชยบางส่วนจากรายได้การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการที่สูงขึ้นรวมถึงรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ARECO กำลังการผลิต 65 เมกะวัตต์ บนเกาะเนกรอส ประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) มาตั้งแต่เดือนธันวาคม2568
ในส่วนของEBITDA เพิ่มขึ้น1.9% จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่3,795 ล้านบาทจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลงและรายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งช่วยชดเชยค่าใช้จ่าย SG&A หรือค่าใช้จ่ายในการขาย การบริหาร และค่าใช้จ่ายทั่วไปที่เพิ่มขึ้นและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ลดลง ขณะที่กำไรสุทธิจากการดำเนินงาน (NNP) – ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่อยู่ที่507 ล้านบาทลดลง32.3%เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจากปัจจัยข้างต้นรวมถึงกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นจริงลดลงและค่าใช้จ่ายภาษีที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ในส่วนของกำไรสุทธิ – ส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น10.2%คิดเป็น721 ล้านบาทจากรายการที่ไม่กระทบกระแสเงินสด และผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง

ในไตรมาส 1 นี้ บี.กริม เพาเวอร์ ประสบความสำเร็จในการเชื่อมเข้าระบบของลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่จำนวน18 เมกะวัตต์จากกลุ่มเหล็ก และในเดือนมกราคม BGP Holding (US) LLC บริษัทย่อยของ บี.กริม เพาเวอร์ ได้เข้าถือหุ้น 25% ในNew England Reliable Hydropower Holdings LLC ซึ่งเป็นเจ้าของและเป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ26 แห่งในสหรัฐอเมริกากำลังการผลิตรวม406 เมกะวัตต์และระบบกักเก็บพลังงาน8 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ บริษัทซีเอ็มทีเอ็นเนอร์ยี่จำกัด (การร่วมค้า) ยังได้ COD โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์CMT1 ขนาด10 เมกะวัตต์โดยจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่กฟผ. ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะเวลา25 ปีต่อเนื่องในเดือนกุมภาพันธ์บริษัทB.Grimm Power Tiara Sdn. Bhd. ได้ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นและสัญญาผู้ถือหุ้นกับKAB Energy Holdings Sdn. Bhd. เพื่อเข้าถือหุ้น49%ในบริษัทJati Cakerawala Sdn. Bhd. และEentier Sdn. Bhd. เพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมกำลังการผลิตสูงสุด1,500 เมกะวัตต์ในมาเลเซีย และในเดือนมีนาคม2569 บริษัทB.Grimm LNG Limited บริษัทย่อยที่บี.กริมเพาเวอร์ถือหุ้นทั้งหมดได้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ในมาเลเซียภายใต้ชื่อB.Grimm LNG Sdn. Bhd. เพื่อดำเนินธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และก๊าซธรรมชาติให้แก่ผู้ผลิตไฟฟ้าและผู้ประกอบการอุตสาหกรรม
ในเดือนเมษายนB.Grimm Power Korea Limited บริษัทย่อยที่บี.กริมเพาเวอร์ถือหุ้นทั้งหมดได้เข้าทำรายการซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพที่ออกโดยบริษัทUnison ในสัดส่วนประมาณ85% (มูลค่า32,000 ล้านวอน) จากบริษัทMyungwoon Industry Development ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของUnison เพื่อสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานพลังงานหมุนเวียนเพิ่มความยืดหยุ่นทางกลยุทธ์ผ่านการใช้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นในอนาคตและเพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งNakwol ขนาด364.8 เมกะวัตต์ซึ่งบริษัทฯถือหุ้น49%
จากรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย มองแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 คาดว่า จะขยายตัว 1.5-2.5% โดยการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน คาดว่าจะขยายตัว2.1% และ1.9% ตามลำดับ ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐคาดว่าจะเติบโต2%อัตราเงินเฟ้อทั่วไปคาดเฉลี่ยอยู่ที่0.3-0.7% และดุลบัญชีเดินสะพัดคาดว่าจะเกินดุล2.4% ของGDP โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยขยายตัวจากการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำ (โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์และอัญมณี) และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศเติบโตผ่านการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์แม้ว่าการใช้จ่ายภาครัฐจะชะลอตัวลง
สำหรับเป้าหมายในปี 2569 วางแผนนำเข้าLNG ไม่เกิน5 ลำเพื่อนำเข้าสู่ระบบPool Gasโดยคาดการณ์ว่า ราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับ SPP หรือผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กจะอยู่ที่330-350 บาทต่อล้านBTU ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าปี2568 ที่ราคาก๊าซธรรมชาติอยู่ที่323 บาทต่อล้านBTUนอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าอุตสาหกรรมรายใหม่เชื่อมเข้าระบบรวม50-60 เมกะวัตต์ รวมถึงตั้งเป้าโครงการที่คาดว่าจะเริ่ม COD ได้แก่ 1.อินทรีบี.กริม: โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์80 เมกะวัตต์ 2. Zhongce Rubber: โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคานิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ระยอง35 เมกะวัตต์ 3.Nakwol 1: โรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง 365 เมกะวัตต์4.Huong Hoa 1: โรงไฟฟ้าพลังงานลมบนฝั่ง 48 เมกะวัตต์และโครงการอื่นๆรวมกำลังการผลิตสูงสุด30 เมกะวัตต์ ขณะที่เป้าหมายระยะยาว บี.กริม เพาเวอร์ตั้งเป้าก้าวสู่ผู้ผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก และบรรลุเป้าหมายองค์กรที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Carbon Emissions) ภายในปี 2593 พร้อมเพิ่มกำลังผลิตเป็น 10,000 เมกะวัตต์ ในปี 2573






