รองนายกฯสุชาติ ถกด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มข้นแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นPM2.5

เมื่อวันนี้ 25 กุมภาพันธ์ 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ ครั้งที่ 2/2569 โดยมี ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกระทรวง ทส. และนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อตามสถานการณ์และการดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมนำเสนอผลการดำเนินงานสำคัญ

นายสุชาติ กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์เข้าสู่ช่วงต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าและเป็นพื้นที่ที่มีความสูงชัน ประกอบกับท่านนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เน้นย้ำ สั่งทุกจังหวัด ขอความร่วมมือลด-งดเผา ทุกชนิด จึงเรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569 ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งหน่วยงานได้มีการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในภาคป่าไม้ เกษตรกรรม เขตเมือง และปัญหาหมอกควันข้ามแดน อาทิ เข้มงวดตรวจจับควันดำ ยกระดับมาตรฐานควันดำเข้มขึ้นเป็นไม่เกินร้อยละ 20 โปรสู้ฝุ่น บำรุงดูแลรถยนต์ลดควันดำ กำหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงระบายฝุ่นสูงในพื้นที่กรุงเทพมหานครติดตั้ง CEMS พร้อมทั้งปรับลดค่ามลพิษให้ความเข้มงวดขึ้น การจัดเตรียมกาลังพลและเครื่องมือดับไฟป่า ปฏิบัติการลาดตระเวน/ดับไฟป่า ส่งเสริมการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผา การดัดแปรสภาพอากาศ และการแจ้งเตือนผ่าน Cell  Broadcast ซึ่งเห็นได้จากสถานการณ์ฝุ่นละอองของปีนี้ที่ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว 

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทส. ได้ตั้งวอรูมเฝ้าระวังเรื่องไฟป่าตลอด 24 ชั่วโมง ยังขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเข้มควบคุมแหล่งกำเนิด โดยเฉพาะการเกิดจุดความร้อนในพื้นที่ป่า เนื่องจากช่วงนี้จุดความร้อนในพื้นที่ป่าเริ่มมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น โดยให้บูรณาการกำลังพลทั้งฝ่ายป่าไม้ ฝ่ายปกครอง ทหาร และอาสาสมัคร จัดตั้งชุดปฏิบัติการเพื่อลาดตระเวน ตรวจหาไฟ ดับไฟป่า และตั้งจุดเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในพื้นที่สูงให้สามารถมองเห็นไฟได้อย่างรวดเร็ว เร่ง “เคาะประตูบ้าน” สร้างความเข้าใจ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงไฟป่าสูง ใช้อากาศยานและเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ ลาดตระเวน สำรวจจุดความร้อน ขนส่งกำลังพลยุทโธปกรณ์ ควบคุมและดับไฟป่า ใช้กลไกศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวัง ควบคุมไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 14 กลุ่มป่า ซึ่งตนได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อติดตามอย่างใกล้ชิด ควบคุมและดับไฟให้ได้โดยเร็ว ปิดพื้นที่เสี่ยงไฟป่าในห้วงเวลาที่และบังคับใช้กฎหมาย สำหรับการจัดการหมอกควันข้ามแดน ให้ใช้กลไกอาเซียน การประสานงานผ่านสำนักเลขาธิการอาเซียน และสายด่วนระดับอธิบดีระหว่างไทย–ลาว–เมียนมา แจ้งเตือนและขอความร่วมมือลดการเผาในช่วงที่พบจุดความร้อนสูงได้โดยเร็ว

นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพหลัก ในการกำหนดแนวทางและมาตรการ แก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ10 จังหวัดใกล้เคียง เพื่อเสริมกลไกการบริหารจัดการในเชิงพื้นที่ ยกระดับการแก้ไขปัญหาการเผาป่า การเผาในที่โล่ง หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5  ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

Visitors: 3,243,213