ส.อ.ท. – มหิดล เปิดตัว SAI ปั้นต้นแบบเกษตรอุตสาหกรรม BCG นำร่อง “เห็ด” วัตถุดิบชีวภาพมูลค่าสูงของไทย

เมื่อวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2569 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)ร่วมกับศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในพิธี Ground Breaking โครงการอุตสาหกรรมเกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Agriculture Industry (SAI) ซึ่งเป็นการนำโมเดลเศรษฐกิจ BCG มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรไทยสร้างมูลค่าเพิ่ม และมุ่งสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมฐานชีวภาพ  พร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และในฐานะอดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมงานเปิดตัวโครงการดังกล่าว ภายในงานมีผู้บริหารจาก ส.อ.ท. อาจารย์และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดล รวมทั้งผู้แทนจากภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า โครงการอุตสาหกรรมเกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Agriculture Industry(SAI) ถือเป็นต้นแบบการพัฒนาตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG ในรูปแบบนวัตกรรมเปิด (Open Innovation) ที่มุ่งเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ (Bio-diversity) ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของประเทศมาเป็นฐานในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม และลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและอาหารเสริม 

โครงการนี้ มีเป้าหมายการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมในระยะเวลา 10 ปี และมีพื้นที่ทดสอบขนาด 12 ไร่ 87 ตารางวา ณ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นทั้ง ศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรม (Incubation Center) และพื้นที่ทดสอบนวัตกรรมเสมือนจริง (Sandbox) ที่บูรณาการเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ ผ่านการออกแบบโรงเรือนแบบ Modularized Design ที่มีความยืดหยุ่น สามารถขยายผลได้อย่างรวดเร็ว โดยเทคโนโลยีทั้งหมดเป็นสินค้า MiT (Made in Thailand) ที่พัฒนาโดยคนไทย เพื่อยกระดับผู้ประกอบการอย่างแท้จริง 

SAI จะนำร่องการพัฒนา 8 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ พลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) เคมีชีวภาพ (Biochemical) ชีวเภสัชกรรม (Bio-Pharma) อาหารเพื่อสุขภาพและอาหารแห่งอนาคตFunctional Food และ Novel Foods เส้นใยชีวภาพ (Biofabrics) เครื่องสำอาง (Cosmetics) และปุ๋ยชีวภาพ (Biofertilizer)

ทั้งนี้ โครงการได้เลือก "เห็ด" เป็นพืชนำร่อง เนื่องจากเห็ดไม่ได้เป็นเพียงอาหาร แต่ยังสามารถต่อยอดสู่ยา เครื่องสำอาง และอาหารเสริม รวมทั้งเป็นพืชที่มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพมูลค่าสูง โดยสามารถนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาพัฒนาแบบจำลองการเพาะปลูก (Crop Model) เพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมการผลิตแบบ Real - time ภายใต้ความร่วมมือกับกลุ่มอุตสาหกรรมและคลัสเตอร์ต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงอุปสงค์และอุปทานอย่างเป็นระบบ และผลักดันสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต (Next-Gen Industries)  

นอกจากนี้ โครงการยังตอบโจทย์การพัฒนา อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) และเทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology) ผ่านกระบวนการเศรษฐกิจหมุนเวียน เช่น การนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ และการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) อย่างยั่งยืนในอนาคต             

“โครงการจะตอบโจทย์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรสามารถผลิตวัตถุดิบที่มีมาตรฐาน ภาคอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงวัตถุดิบคุณภาพสูงในประเทศ รวมทั้งผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย และมีคุณภาพ” นายเกรียงไกร กล่าวเสริม

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะสถาบันการศึกษาและวิจัยชั้นนำของประเทศ มีความพร้อมอย่างยิ่งในการสนับสนุนโครงการ Smart Agriculture Industry (SAI) โดยใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยที่เข้มแข็งและระบบนิเวศนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ (Siree Park) ณ วิทยาเขตศาลายา ให้เป็นทั้งศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรม และพื้นที่ทดสอบเสมือนจริง ที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการและงานวิจัยระดับสูงไปสู่การประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยได้บูรณาการความเชี่ยวชาญด้าน วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Sciences) และเทคโนโลยีสกัดสารสำคัญ เพื่อสร้างมาตรฐานการวิเคราะห์ฤทธิ์ทางชีวภาพของเห็ดสมุนไพรและพืชเกษตรมูลค่าสูง รวมถึงให้คำปรึกษาด้านการรับรองมาตรฐานโภชนาการและสุขภาพ (Health Claims) เพื่อยกระดับวัตถุดิบต้นน้ำสู่ผลิตภัณฑ์ปลายทางในกลุ่ม Next-Gen Industries ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปิดใช้พื้นที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยในรูปแบบนวัตกรรมเปิด (Open Innovation) นี้ ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยในการเป็นศูนย์กลางด้านการทดสอบและบ่มเพาะนวัตกรรม ที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพของประเทศควบคู่กับการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม”

ภายในงาน ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และในฐานะอดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการ "ขยับประเทศ" ด้วยเป้าหมาย Wellness Economy และการสร้างความมั่นคงทางโภชนาการ (Nutrition Security) ซึ่งจะเป็นรากฐานของความสำเร็จในอนาคต พร้อมระบุว่า ตนได้รับ Blueprint จากทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมาเสร็จเรียบร้อย และพร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการ ร่วมอำนวยความสะดวกในการปลดล็อกกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ (Regulatory Sandbox) ทั้งการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยโดยใช้ดิจิทัล และการยกร่าง พ.ร.บ.ต่างๆ ขนานกันไป เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ยืดหยุ่นและทันการณ์ตามความต้องการของภาคเอกชน

นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ผ่าน Smart Agriculture และ AI เพื่อตอบโจทย์เกษตรกรในสังคมสูงวัย (Aging Society) รวมถึงการผลักดันการจัดสรรงบประมาณวิจัยให้ครอบคลุมทั้งระบบ ตั้งแต่การวิจัยระดับลึกในมาตรฐานสากล (Nature Scale) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสิทธิบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ให้สมุนไพรไทยมีอำนาจต่อรองในเวทีภูมิรัฐศาสตร์โลก ตลอดจนการขยายความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเพื่อคืนความเป็นธรรมและสร้างสายอาชีพที่ชัดเจนให้กับนักวิทยาศาสตร์ไทยในฐานะ Product Owner ที่พร้อมเปลี่ยนความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ของประเทศให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สร้างเศรษฐกิจได้จริง โดยยินดีประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงานทั้งฝ่ายบริหาร และนิติบัญญัติ เพื่อยกระดับทุนมนุษย์และความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ

โครงการอุตสาหกรรมเกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Agriculture Industry (SAI) ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนานวัตกรรมเกษตรอุตสาหกรรมของไทย โดยมุ่งสร้างระบบการผลิตวัตถุดิบชีวภาพมูลค่าสูงที่สามารถแข่งขันในระดับสากล และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานชีวภาพของประเทศ โครงการนี้คาดว่าจะเป็นต้นแบบของการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมมูลค่าสูง และต่อยอดสู่การสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมชีวภาพที่ช่วยเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

Visitors: 3,263,718