2 วันปังทะลุเป้า! กรมการท่องเที่ยวโชว์โลเคชันไทยใน FILMART HONG KONG 2026 ดึงกองถ่ายต่างชาติลงทุนกว่า 1,600 ล้านบาท

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมงาน Hong Kong International Film and TV Market (FILMART) 2026 ระหว่างวันที่ 17–20 มีนาคม 2569 ณ Hong Kong Convention and Exhibition Centre เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพของประเทศไทยในฐานะแหล่งถ่ายทำภาพยนตร์ระดับนานาชาติ

ภายในระยะเวลาเพียง 2 วันแรกของการเข้าร่วมงาน (17–18 มีนาคม 2569) ประเทศไทยได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ผลิตภาพยนตร์และสื่อบันเทิงระดับนานาชาติ โดยมีผู้ผลิตรายใหญ่จำนวน 16 ราย จากประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวัน และนิวซีแลนด์ แสดงความประสงค์จะเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยในช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 คาดการณ์มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 1,600 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กรมการท่องเที่ยวกำหนดไว้

นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “การเข้าร่วมงาน Filmart Hong Kong 2026 ไม่เพียงเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอศักยภาพการเป็นแหล่งถ่ายทำภาพยนตร์ของประเทศไทยสู่สายตานานาชาติ แต่ยังเป็นกลไกในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพยนตร์และสื่อบันเทิงให้เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการถ่ายทำที่มีความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และมาตรการส่งเสริมที่สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล โดยเฉพาะมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ (Incentive Measures) ของรัฐบาลไทย ซึ่งให้สิทธิประโยชน์คืนเงิน (Cash Rebate) สูงสุดถึงร้อยละ 30 ยิ่งสร้างความสนใจจากผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศในครั้งนี้ สะท้อนถึงโอกาสในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งกระทรวงฯ พร้อมสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการลงทุนและการจ้างงานในประเทศอย่างยั่งยืน”

นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวเสริมว่า “ผลตอบรับจากการเข้าร่วมงานในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีอย่างยิ่ง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการต่างประเทศที่มีต่อประเทศไทย และจากการพูดคุยกับผู้ผลิตภาพยนตร์ในงาน พบว่ากระแสการผลิตภาพยนตร์แนวตั้ง (Vertical Content) กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน โดยเป็นรูปแบบการผลิตที่ใช้เงินลงทุนไม่สูง แต่สามารถตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ชมในยุคดิจิทัลได้ สะท้อนถึงโอกาสใหม่ของประเทศไทยในการพัฒนานโยบายและมาตรการรองรับ เพื่อดึงดูดผู้ผลิตภาพยนตร์ในรูปแบบดังกล่าว ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต”

Visitors: 3,260,633