คพ.ผนึกกำลัง บก.ปทส. ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย ยกระดับการควบคุมมลพิษ - คุณภาพชีวิตของประชาชน

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ปัญหาโรงงานผิดกฎหมาย ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การเก็บ ขน หรือกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย โดยไม่ได้รับอนุญาต การลักลอบปล่อยสารเคมีอันตราย ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนอย่างร้ายแรง หรือเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่น หรือของรัฐเสียหาย เช่น การปนเปื้อนของโลหะหนักในน้ำใต้ดินและแหล่งน้ำสาธารณะ กลิ่นเหม็นจากสารเคมีรั่วไหล และการตกค้างของมลพิษหลังเหตุไฟไหม้ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบที่เข้มงวด การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และการจัดการมลพิษเชิงรุก

นายสุรินทร์ กล่าวว่า การตรวจสอบเพื่อนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมาย จำเป็นต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งทางด้านวิชาการสิ่งแวดล้อม และความเชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวน คพ.จึงได้ประชุมหารือการปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) โดยมี พลตำรวจตรีเอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการ บก.ปทส. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วมการประชุม เพื่อบูรณาการด้านการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพของ “เจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ” ซึ่งรวมถึงข้าราชการตำรวจสังกัด บก.ปทส. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบมลพิษด้านน้ำ อากาศ และเสียง ให้มีความครอบคลุมและเข้มแข็งยิ่งขึ้น

ตำรวจสังกัด บก.ปทส. มีความเชี่ยวชาญด้านการสืบสวนสอบสวน ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมของประเทศ ผ่านการบูรณาการกำลังและความเชี่ยวชาญของทั้งสองหน่วยงาน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรม อันจะนำไปสู่การคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนอย่างยั่งยืน  นายสุรินทร์ กล่าว

Visitors: 3,222,222