เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ประกาศความสำเร็จผลการดำเนินธุรกิจปี 2025 กางแผนยกระดับเสริมแกร่ง 3 เสาหลัก รับการเติบโตต่อเนื่อง

เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ตอกย้ำศักยภาพการขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ “LIFTTIME PARTNER 27 : DRIVING EXCELLENCE” ทำเบี้ยประกันภัยรับรวม 16,100 ล้านบาท เติบโต 22% พร้อมเร่งเครื่องสู่ความเป็นเลิศ โดยเสริมแกร่ง 3 เสาหลัก ได้แก่ ช่องทางการจัดจำหน่าย (Distribution) - ลูกค้า (Customer) – และบุคลากร (People) สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางการรับมือกับความท้าทายระดับโลกอาทิ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเงินเฟ้อ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และความเสี่ยงด้านสุขภาพ 

 

นายอาร์ช คอลมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า “ตลอดปี 2025 เรามุ่งเน้นการวางรากฐานเพื่อการเติบโตระยะยาว ผ่านการเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ทั้งด้านช่องทางจัดจำหน่ายการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการโดยคำนึงถึงประสบการณ์ลูกค้าเป็นสำคัญ รวมถึงการพัฒนาบุคลากร ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมา เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2024 โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม (GWP) อยู่ที่ 16,100 ล้านบาท เติบโตถึง 22% 

 

ความสำเร็จดังกล่าวมาจากความแข็งแกร่งของ พอร์ตธุรกิจและช่องทางการขายหลัก โดยเฉพาะช่องทางธนาคาร (Bancassurance) ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรก(SFYP) ที่เพิ่มขึ้น 87% ขณะที่ประกันกลุ่ม (Group Employee Benefits) ก้าวขึ้นสู่อันดับ 3 ของตลาด สะท้อนคุณค่าและความแข็งแกร่งของข้อเสนอที่โดดเด่นของบริษัท ทางด้านช่องทางตัวแทน (Agency) สามารถยกระดับคุณภาพตัวแทนมืออาชีพ โดยมีจำนวนสมาชิกที่ได้คุณวุฒิ MDRT เพิ่มขึ้น 14% ส่วนช่องทางขายตรง (Direct Business)  ครองอันดับ 5 ในตลาด ตอกย้ำการเติบโตของโซลูชันแบบเข้าถึงลูกค้าโดยตรง โดยมีช่องทางดิจิทัล (Digital) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตสำคัญของการเติบโตในอนาคตโดยมีแพลตฟอร์มดิจิทัล GEN 365 รองรับลูกค้าที่ใช้บริการมากกว่า 600,000 ราย นอกจากนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทยังได้ขยายช่องทางโบรกเกอร์ (Retail Broker) โดยร่วมมือกับโบรกเกอร์ชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อขยายการเข้าถึงตลาดและกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น

 

            โดยปัจจุบัน กลุ่มบริษัทดูแลลูกค้ามากกว่า 1.6 ล้านราย ผ่านช่องทางการขายแบบ Multi-Channel Distribution ที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงทุกช่องทางการให้บริการอย่างไร้รอยต่อ สะท้อนความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ที่สะดวกและตอบโจทย์ลูกค้าในทุก Touchpoint ขณะเดียวกัน คะแนนความพึงพอใจโดยรวมที่มีต่อแบรนด์ (Relational Net Promotor Score – RNPS) ยังครองอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตอกย้ำความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าซึ่งสอดคล้องกับผลคะแนนความพึงพอใจในบริการด้านสินไหมที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมด้วยรางวัล Best Claims Management Insurance Company ของเวทีระดับสากล เป็นเครื่องยืนยันมาตรฐานการบริหารสินไหมที่มีประสิทธิภาพ

นายอาร์ช กล่าวต่อว่า “สำหรับปี 2026 คาดว่าจะเป็นอีกปีที่ท้าทาย โดยบริษัทประกันภัย จำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเงินเฟ้อ และความผันผวนทางเศรษฐกิจ  ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพและความเสี่ยงการเงินมากยิ่งขึ้นดังนั้น เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ จึงได้เตรียมต่อยอดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจด้วยการเสริมแกร่ง 3 เสาหลัก โดยแบ่งเป็นการยกระดับช่องทางการขายผ่านการนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Digitalization) การเสริมศักยภาพให้พันธมิตรด้วยเครื่องมือการขายดิจิทัลที่เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน (process transformation) โดยยึดความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจต่อพันธมิตรด้านการจัดจำหน่าย โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (product customization)ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม

 

ในด้านการบริการ เจนเนอราลี่ ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการให้บริการสู่ระดับ BestinClass ภายใต้กลยุทธ์ Customer First โดยให้ความเชื่อมั่นและความใส่ใจเป็นหัวใจของทุกการมีปฏิสัมพันธ์ ความมุ่งมั่นดังกล่าวถูกถ่ายทอดผ่านระบบนิเวศดิจิทัลแบบครบวงจร ที่ช่วยให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่น การบริการตนเองที่ใช้งานง่าย ประสบการณ์พิเศษที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละเฉพาะบุคคล พร้อมกระบวนการทำงานที่รวดเร็วขึ้น การสื่อสารเชิงรุก รวมถึงการให้บริการแบบ Omnichannel นอกจากนี้ ได้มีการนำ AI มาใช้ในกระบวนการพิจารณาสินไหม โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มความแม่นยำและเร่งความรวดเร็วในการให้บริการได้ถึง 40%”

 

เพื่อปลดล็อกศักยภาพของบุคลากรในยุค AI เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ยังคงเสริมสร้างรากฐานเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการลงทุนในการพัฒนาบุคลากร (People) ซึ่งถือเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญสู่ความเป็นเลิศขององค์กรเพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI และทักษะการทำงานข้ามสายงาน เพื่อให้พนักงานมีทั้งทักษะและกรอบความคิดที่เหมาะสมในการเติบโตและประสบความสำเร็จในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล

 

สุดท้าย การสร้างคุณค่าระยะยาวให้ทุกภาคส่วน (Sustainability Initiatives) การเดินหน้าดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ต่อสังคมและภาคชุมชม ผ่านโครงการความร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ UNDP เพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ MSME ในประเทศไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง เพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าสร้างคุณค่าให้กับสังคมอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการ The Human Safety Net (THSN) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กเล็กและครอบครัว ให้ได้รับโอกาสการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพในช่วงวัยเด็กอย่างเหมาะสม สร้างรากฐานสำคัญของอนาคตที่มั่นคง และอีกหลายโครงการ” 

 

“เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เชื่อในพลังของคน เทคโนโลยี และพันธมิตร เรามุ่งขับเคลื่อนองค์กรบนเส้นทางการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางและเปิดกว้างการเข้าถึงในทุกมิติ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายการเป็นผู้นำของกลุ่มลูกค้าหลักเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทย และสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว” นายอาร์ช กล่าวทิ้งท้าย 

 
ดูคลิป .... https://web.facebook.com/reel/1721916712143125
Visitors: 3,284,965