สำนักงาน คปภ. ติดตามความคืบหน้ากรณีตัวแทนประกันชีวิต บมจ. ไทยประกันชีวิต ฉ้อฉลการประกันภัย เพื่อเร่งรัดการเยียวยาผู้เอาประกันภัยและผู้ได้รับผลกระทบ พบมีความคืบหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญ

นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยผลการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (บริษัท) เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา กรณีตัวแทนประกันชีวิตรายนางสาวจันเกตุ ทับบุญ กระทำการฉ้อฉลการประกันภัย ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก โดยเรียกบริษัทเข้าชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินการ ทั้งในส่วนของการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่สุจริต รวมถึงการติดตามในประเด็นที่สั่งให้บริษัทปรับปรุงแก้ไขกระบวนการบริหารความเสี่ยง ระบบการควบคุมภายใน การปฏิบัติตามกฎหมายของระบบงานที่เกี่ยวข้อง และกำหนดมาตรการเชิงป้องกัน ที่มีประสิทธิภาพเพิ่มเติม ตามที่สำนักงาน คปภ. ได้สั่งการให้บริษัทเร่งดำเนินการ เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในอนาคต
นายอดิศร กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการติดตามความคืบหน้าการดำเนินการของบริษัท ในประเด็นการเยียวยาความเสียหาย ผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบพบว่า บริษัทได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมทั้งนัดหมายผู้เอาประกันภัยและผู้ได้รับผลกระทบทุกรายมาเจรจาและกำหนดแนวทางในการเยียวยาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการชดใช้เงิน การคืนเบี้ยประกันภัย รวมถึงเสนอทางเลือกที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เอาประกันภัย โดยได้ข้อสรุปและดำเนินการเยียวยาเสร็จสิ้นแล้ว จำนวน 70 รายจาก 81 ราย สำหรับผู้เอาประกันภัยหรือผู้ได้รับผลกระทบซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาหรือเจรจาไม่เป็นที่ยุติอีกจำนวน 11 ราย สำนักงาน คปภ. ได้กำชับให้บริษัทเร่งดำเนินการเยียวยาและหาข้อสรุปโดยให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของ ผู้เอาประกันภัยหรือผู้ได้รับผลกระทบที่สุจริตเป็นสำคัญ นอกจากนี้ สำหรับตัวแทนประกันชีวิตรายใดที่บริษัทพบว่า มีพฤติการณ์ที่ไม่สุจริต ให้บริษัทเร่งดำเนินการตามกระบวนการและระเบียบภายในของบริษัท รวมถึงการดำเนินการทางกฎหมายกับตัวแทนเหล่านั้นอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีกในอนาคต ซึ่งสำนักงาน คปภ. ได้ให้บริษัทรายงานความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
สำหรับในส่วนของการปรับปรุงแก้ไขระบบงานต่าง ๆ ของบริษัท ให้มีความเพียงพอ เพิ่มประสิทธิภาพ และให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พบว่า บริษัทได้รายงานการทบทวนและปรับปรุงแนวทางปฏิบัติงาน มีการประกาศยกเลิกการรับชำระเบี้ยประกันภัยเป็นเงินสดผ่านตัวแทนสำหรับกรมธรรม์ใหม่ ยกเลิกการใช้ใบเสร็จรับเงินชั่วคราว มีการส่งเสริมการตระหนักรู้และการใช้กระบวนการที่เหมาะสมผ่านการส่งเสริมให้ผู้เอาประกันภัยใช้แอปพลิเคชันของบริษัทเพื่อตรวจสอบสถานะกรมธรรม์และรายการชำระเงิน มีมาตรการตรวจสอบและเฝ้าระวังรายการเสี่ยง รวมทั้งได้บรรจุความเสี่ยงเรื่องการฉ้อฉลของตัวแทน เป็นความเสี่ยงที่มีนัยยะสำคัญของ บริษัทแล้ว ซึ่งสำนักงาน คปภ. จะยังคงตรวจสอบ ติดตาม และประเมินการปรับปรุงแก้ไขในประเด็นดังกล่าวของบริษัทอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าระบบงานต่าง ๆ ของบริษัทมีความเพียงพอ และสามารถป้องกันเหตุลักษณะดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายอดิศร กล่าวย้ำว่า “สำนักงาน คปภ. จะกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทประกันภัยอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง เพื่อให้มีการควบคุมและกำกับพฤติกรรมของตัวแทนประกันชีวิตให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่กำหนด โดยการติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติตามข้อสั่งการในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ผู้เอาประกันภัยและผู้ได้รับผลกระทบที่สุจริตทุกรายได้รับการเยียวยาอย่างครบถ้วน เป็นธรรม และทันท่วงที ให้เป็นที่ยุติโดยเร็ว ควบคู่กับการยกระดับความเพียงพอของระบบ ควบคุมภายใน ระบบการกำกับดูแล และกลไกการบริหารตัวแทนของบริษัทให้มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การเสริมสร้าง ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบประกันภัย และสนับสนุนให้ประกันภัยเป็นเครื่องมือในบริหารความเสี่ยงของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ”






