คพ.ตรวจคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง เหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ท อ่าวฉลอง จ.ภูเก็ต

จากเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ทที่จอดอยู่บริเวณหน้าอ่าวฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ในวันที่ 7 มกราคม 2569เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ระดมเรือและรถดับเพลิงฉีดน้ำสกัดและระงับเพลิงตั้งแต่เกิดเหตุ 

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เข้าติดตามสถานการณ์เพลิงไหม้  ได้สั่งการในด้านการจัดการมลพิษ ให้สำนักงานเจ้าท่าภูเก็ตจัดหาโฟมเข้าฉีดสกัด เพื่อป้องกันการกระจายตัวของน้ำมันในทะเล และเทศบาลตำบลฉลอง ได้เร่งดำเนินการจัดการซากเรือ เศษเถ้า และคราบน้ำมันที่ลอยอยู่ในทะเลขึ้นจากน้ำทันที โดยตั้งเป้าหมายให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในทะเล ความเสียหายเบื้องต้นเรือถูกไฟไหม้เสียหายทั้งลำเหลือแต่ซาก 23 ลำ มูลค่ากว่า 38 ล้านบาท

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้สั่งการให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 15 (สคพ.15)  ติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและให้คำแนะนำการจัดการมลพิษตามหลักวิชาการ โดยเมื่อเวลา 15.00 น. พื้นที่เกิดเหตุได้มีการขนย้ายกู้ซากเรือขึ้นจากทะเลมาวางไว้บริเวณชายหาด เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในทะเลเรียบร้อยแล้ว และพบเศษหลงเหลือจากการไหม้ของเรือบริเวณชายหาด  พบคราบน้ำมันบริเวณผิวน้ำทะเลอยู่บ้างเพียงเล็กน้อย 

ผลตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งเบื้องต้น (พารามิเตอร์ภาคสนาม) พื้นที่เกิดเหตุ 1 จุด (ห่างจากชายฝั่งประมาณ 10 เมตร) พบว่า ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH ) เท่ากับ 8.09 (ค่ามาตรฐาน 7.0-8.5) ค่าออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ (DO) เท่ากับ 7.49 มิลลิกรัมต่อลิตร (ค่ามาตรฐาน ไม่น้อยกว่า 4.0 มิลลิกรัมต่อลิตร) และ ค่าปริมาณของแข็งที่ละลายในน้ำทั้งหมด (TDS)  เท่ากับ 46.7 กรัมต่อลิตร จากการแปรผลพารามิเตอร์ภาคสนาม คุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง ประเภทที่ 4 เพื่อการนันทนาการ 

          

แต่เนื่องจากมีเศษวัสดุเหลือจากเพลิงไหม้บนชายหาด และยังมีคราบน้ำมันอยู่บ้างแม้จะเล็กน้อยก็ตาม อาจจะเกิดอันตรายต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ จึงยังไม่ควรลงเล่นน้ำในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ สคพ.15 ได้ประสานแจ้งข้อมูลผลคุณภาพน้ำทะเล พร้อมข้อเสนอแนะไปยังเทศบาลตำบลฉลอง เพื่อประกาศเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวในพื้นที่ทราบต่อไป

 

Visitors: 3,206,758