GULF โชว์ผลสำเร็จ 4 ปี ฟื้นฟูป่าชายเลนเนินพระ จ.ระยอง ด้วย”นวัตกรรมจุลินทรีย์” อัตรารอด 80 % เติบโตสูง 3 -7 เมตร เดินหน้าพัฒนาต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 10 - 11 สิงหาคม 2569   กลุ่มบริษัทกัลฟ์ หรือ  GULF  และ บริษัทกัลฟ์ เอ็มทีพี แอลเอ็นจี เทอร์มินอล จำกัด (GMTP)  นำโดย  ดร.กฤษณ์ พงษ์เทพิน ผช.ผอ.ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ ฯ (GULF)  วิทยากรส่งเสริม  “โครงการฟื้นฟูป่าชายเลนด้วยนวัตกรรมจุลินทรีย์ ฯ จ.ระยอง ”  ร่วมกับ เครือข่ายเมืองจุลินทรีย์เพื่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจชุมชน (Bio city) นำโดย นายเดชา สุวรรณสาร(ประธานชมรมช่างภาพสื่อมวลชนระยอง) ในบทบาท ที่ปรึกษาและกรรมการบริหารเครือข่ายเมืองจุลินทรีย์ ฯ ร่วมลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าของโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติป่าชายเลน ณ เทศบาลเมืองเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ซึ่งมีการปลูกต้นโกงกางเพิ่มเติมในพื้นที่เสื่อมโทรม พร้อมได้นำจุลินทรีย์ และปุ๋ยน้ำชีวภาพ ฯลฯ ใส่เพิ่มเติมในแปลงปลูกป่าชายเลนแห่งนี้ เป้าหมายเพื่อยกระดับความสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลน และแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ทะเล ให้เติบโตสมบูรณ์และอย่างยั่งยืน    ซึ่งผลสรุปจากการติดตามประเมินผล มีดังนี้  

               ดร.กฤษณ์ พงษ์เทพิน (GULF)  ได้มีการติดตามและนำจุลินทรีย์ไปฟื้นฟูตั้งแต่เริ่มปลูกต่อเนื่องเป็นระยะ และสรุปผลการดำเนินงาน ใน 4 ปี ที่ผ่านมา หลังจากใช้นวัตกรรมจุลินทรีย์ชีวภาพเข้ามาช่วยในการปลูกป่าโกงกางแห่งนี้ กว่า 2,000 ต้น พบว่า ได้ผลสำเร็จค่อนข้างดีมาก มีอัตราการรอด กว่า 80 % มีเติบโตต่อเนื่องสูงกว่า 3-7  เมตร ลำต้นขยายมากขึ้น บริเวณรากมีการแตกราก และรากค้ำยันที่แข็งแรงจำนวนมาก ฝังลึกลงในดินอย่างมั่นคงแข็งแรง และบางต้นติดดอกออกฝักแล้ว หมายถึงความพร้อมที่จะขยายพันธุ์ตามธรรมชาติได้แล้ว ซึ่งต่างจากปกติเนื่องจากการฟื้นฟูป่าชายเลนทั่วไปมักเจอปัญหาอัตราการรอดชีวิตต่ำ เนื่องจากสภาพดินเลนมีความเป็นกรดสูง ขาดออกซิเจน และมีสารอันตรายสะสม โครงการนี้จึงนำ นวัตกรรมชีวภาพและจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง/จุลินทรีย์ผสมผสาน (Beneficial Microorganisms) เข้ามาแก้ปัญหาผ่านกลไกทางชีววิทยาศาสตร์  

                    ข้อสรุปเบื้องต้น พบว่า การปลูกป่าโกงกางในครั้งนี้ด้วยนวัตกรรมจุลินทรีย์  พบว่า จุลินทรีย์ส่งผลให้เกิดย่อยสลายสารอินทรีย์และปลดปล่อยธาตุอาหารจากการย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ในดินเลน และตรึงไนโตรเจน รวมทั้งย่อยสลายฟอสฟอรัสและพแทสเซียมให้อยู่ในรูปที่รากพืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที  การบำบัดสารพิษในดิน (Bioremediation): จุลินทรีย์กลุ่มที่มีประสิทธิภาพช่วยลดปริมาณก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (ก๊าซไข่เน่า) และความเป็นกรดในดินเลน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้รากพืชเน่าเสีย มีการกระตุ้นการเจริญเติบโตของราก (Root Stimulation) พบว่ารากขยายมากและแข็งแรง  จุลินทรีย์บางชนิดสร้างสารกลุ่มฮอร์โมนพืช (เช่น ออกซิน) ช่วยส่งเสริมให้รากค้ำยัน (Prop roots) และรากหายใจ (Pneumatophores) แตกแขนงได้ดีขึ้น  ส่งผลให้ต้นไม้มีความมั่นคง ยึดเกาะดินเลนได้แน่น และทนทานต่อแรงคลื่นลมชายฝั่ง

ผลลัพธ์เป็นรูปธรรม: ไม้ป่าชายเลนสูงแกร่ง 3–7 เมตร  จากการติดตามผลเชิงประเมิน พบว่านวัตกรรมชีวภาพดังกล่าวช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจับต้องได้เป็นที่ประจักษ์  อัตราการเติบโตค่อนข้างเป็นไปแบบก้าวกระโดด มีลำต้นที่แข็งแรง ใบดกเขียวสมบูรณ์ และมีความสูงเฉลี่ยพุ่งสูงถึง 3 – 7 เมตร  เป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการดูดซับดูดซับคาร์บอน (Carbon) และ จะเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ด้วย 

 

                 ดร กฤษณ์ กล่าวว่า ผลการติดตามและสรุปผลการดำเนินโครงการฯ ในระยะต้น 4 ปี ( 2564 – 2568) ค่อนข้างประสบผลสำเร็จมากพอสมควร ซึ่งเป็นเจตนารมย์ ที่ GULF ตั้งใจส่งเสริมพัฒนาสิ่งแวดล้อมชุมชน โดยใช้การนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชีวภาพมาผสานกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Nature-based Solutions) ร่วมกับเทศบาลเมืองเนินพระและชุมชน กลุ่มประมงเรือเล็กหาดสุชาดา  และ เราได้ส่งเสริมประสานความร่วมมือกับภาคราชการ ภาคโรงงานอุตสาหกรรม สื่อมวลชน และ อาสาสมัคร ผนึกกำลังเป็นเครือข่ายเมืองจุลินทรีย์ เพื่อส่งเสริมพัฒนา สร้างป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์เป็นปราการธรรมชาติ ที่ยั่งยืนให้ชาวระยองและขยายผลองค์ความรู้เกี่ยวกับจุลินทรีย์ชีวภาพเพื่อรักษาสิ่GULF  โชว์ผลสำเร็จ 4 ปี ฟื้นฟูป่าชายเลนเนินพระ จ.ระยอง ด้วย”นวัตกรรมจุลินทรีย์” อัตรารอด 80 % เติบโตสูง 3 -7 เมตร เดินหน้าพัฒนาต่อเนื่อง   

 

               

Visitors: 3,359,918